Tuesday, September 22, 2020

การเปรียบเทียบ คำคุณศัพท์ Comparison of Adjective

Home เรียนภาษาอังกฤษ การเปรียบเทียบ คำคุณศัพท์ Comparison of Adjective

การเปรียบเทียบ Comparison of Adjective กับครูพี่โอเว่น

ทุกคนทราบไหมครับว่าการจะพูดว่า เธอสวยเท่ากับฉันเลย ฉันสวยมากกว่าเธอ หรือ ฉันสวยที่สุดในห้องล่ะ รู้ไหมครับ ภาษาอังกฤษได้แบ่ง การเปรียบเทียบออกเป็นทั้งหมด 3 ระดับนั้น ดังนี้

1. Positive Degree คือ การเปรียบเทียบขั้นปกติ
2. Comparative Degree คือ การเปรียบเทียบขั้นกว่า
3. Superlative Degree คือ การเปรียบเทียบขั้นสุด

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจะไม่รู้แค่ว่ามันคือแบบไหน เราต้องมารู้จักคำ Adjective กันก่อนสักนิดนะครับ แล้วเราจะมาพูดและนำมาใช้ได้ในการเปรียบเทียบ Comparison of Adjective นั่นเอง

แต่คำคุณศัพท์ก็ยังแยกออกเป็นชนิดต่างๆ อีกด้วย ไหนเราลองมาดูกันดีกว่าครับ เริ่ม!

1. เป็นการแสดงจำนวน เช่น one = เลข 1 , two = เลข2 , three = เลข 3 etc.
2. เป็นการแสดงลำดับที่ เช่น The first =ลำดับที่ 1 ,The second = ลำดับที่ 2 , etc.
3. เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของ เช่น my = ของฉัน , your =ของคุณ etc.
4. เป็นการแสดงขนาด เช่น Big = ใหญ่ , Small=เล็ก etc.
5. เป็นการแสดงรูปร่างและส่วนสูง เช่น Tall = สูง , Short = เตี้ย etc.
6. เป็นการแสดงคุณภาพ เช่น Good = ดี , bad = เลว
7. เป็นการแสดงถึงสี เช่น Pink = สีชมพู

ณ ตอนนี้พวกเรารู้คำคุณศัพท์ไปแล้ว ทีนี้เรามาเรียนถึงเนื้อหาจริงๆ กันเลย ลุย!

1. Positive Degree คือ การเปรียบเทียบขั้นปกติ หรือ การเปรียบเทียบสิ่งนึงที่เท่ากัน เช่น

– Owen is as handsome as Tony.
= โอเว่นหล่อเท่ากับโทนี่

โครงสร้างประโยคการใช้ คือ A + V.to be (is/am/are) + as Adj. as+ B.
เป็นการเปรียบเทียบสิ่งที่เท่ากันและเหมือนกัน

ต่อมา ดูการเปรียบเทียบสิ่งที่ไม่เท่ากันเลยครับ

– Today is not so hot as yesterday.
– Today is not as hot as yesterday.
โดย 2 ประโยคนี้แปลเหมือนกันคือ วันนี้ไม่ร้อนเท่ากับเมื่อวาน แต่เวลาใช้แยกได้ 2 โครงสร้างดังนี้

– A + V.to be (is/am/are)+ not + as Adj. as + B.
– A + V.to be (is/am/are)+ not + so Adj. as + B.

2. Comparative Degree คือ การเปรียบเทียบขั้นกว่า เป็นการเปรียบเทียบสิ่ง 2 สิ่ง แต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือคำว่า than = กว่า เราลองมาดูประโยคกันเลยครับ เช่น

– Poom is more beautiful than Ice.
= พูมสวยกว่าไอซ์

– Joe is more intelligent than Ta.
= โจฉลาดกว่าต้า

– This book is bigger than that notebook.
=หนังสือเล่มนี้ ใหญ่กว่าสมุดเล่มนั้น

โครงสร้างประโยคมี 2 แบบ คือ การใช้ more / การเติม er +than

โครงสร้างที่ 1 : A + V.to be (is/am/are) + more Adj than + B.

**คำคุณศัพท์ส่วนใหญ่ที่มี 2-3 พยางค์ขึ้นไป 90 เปอร์เซ็น จะ เติม more**

โครงสร้างที่ 2 : A + V.to be (is/am/are) + Adj.+er than + B.

อันสุดท้ายและท้ายสุดกับการเปรียบเทียบ คือ ขั้นสุด นั่นเอง

3. Superlative Degree คือ การเปรียบเทียบขั้นสุด หรือ การเปรียบสิ่งนึงที่มันสุดๆ แต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือ the เช่น

– Arm is the most popular in my University.
= อาร์มเป็นคนที่ดังที่สุดในมหาลัยของฉัน

– Owen and Poom are the most beautiful in the class room.
= โอเว่นและพูมเป็นคนที่สวยที่สุดในห้องเรียน

โครงสร้างประโยคนั้นมีอยู่ 2 แบบ คือการใช้ most / เติม est

โครงสร้างที่ 1 : A + V.to be (is/am/are) The + most Adj.

**คำคุณศัพท์ส่วนใหญ่ที่มี 2-3 พยางค์ขึ้นไป 90% จะ เติม most**

โครงส้รางที่ 2 : A + V.to be (is/am/are) The Adj.+est.

แต่จะมีคำเหล่านี้นะครับที่เปลี่ยนไปจากเดิมเลยครับ ไม่เติม er /more /est/ most แต่ที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็น than กับ the เรามาดูกันนะครับว่ามีคำไรบ้าง ลุย!

1. good / well ขั้นปกติ แปลว่า ดี
better ขั้นกว่า แปลว่า ดีกว่า
the best ขั้น แปลว่าดีที่สุด

2. bad ขั้นปกติ แปลว่า เลว
worse ขั้นกว่า แปลว่า เลวกว่า
the worst ขั้นสุด แปลว่า เลวที่สุด

3. much / many ขั้นปกติ แปลว่า มาก
more ขั้นกว่า แปลว่ามาก
the most ขั้นสุด แปลว่า มากสุด

4. little ขั้นปกติ แปลว่า น้อย
less ขั้นกว่า แปลว่า น้อยกว่า
the least ขั้นสุด แปลว่า น้อยที่สุด

5. far ขั้นปกติ แปลว่า ไกล
farther / further ขั้นกว่า แปลว่า ไกลกว่า
the farthest / furthest ขั้นสุด แปลว่า ไกลสุด

Recommend

การใช้ have to และ การใช้ must กับครูพี่โอเว่น

การใช้ have to และ การใช้ must กับครูพี่โอเว่น 1. การใช้ have to แปลว่า : ต้อง รูปการใช้ของ have to + v. แต่ถ้าเกี่ยวกับเรื่องเวลาหรือที่เรารู้จักกันว่า Tense จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ 1. Past คือ อดีต การใช้ have...

เทคนิค เคล็ดลับ อยากเก่งภาษาญี่ปุ่น แต่ไม่ชอบอ่านหนังสือ

ไม่ชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบท่องศัพท์ แต่อยากเก่งภาษาญี่ปุ่น หลายๆ คนคงเบื่อกับการพยายามอ่านหนังสือ นั่งท่องไวยากรณ์กันทั้งวันทั้งคืน นั่งจ้องแต่ตัวหนังสือในกระดาษ วันนี้เรามีวีธีการต่างๆ มาแนะนำ และพักการอ่านในตำราไว้แค่นั้นก่อนดีกว่าค่ะ ตอนเราเกิดมาเราก็เริ่มจากการฟังแล้วก็พูดตาม ตอนนี้เราก็ลองวิธีนั้นกันอีกครั้งนะคะ หมั่นฟังบ่อยๆ พูดตามบ่อยๆ ก็จะทำให้เราพูดได้แบบเจ้าของภาษาเลยทีเดียว เรามาฝึกภาษาญี่ปุ่นให้เก่งขึ้นได้ด้วยการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และได้ผลดีทีเดียวเลยค่ะ 1. ฟังเพลงภาษาญี่ปุ่น เมื่อเราฟังบ่อยๆ ก็จะคุ้นชินกับสำเนียงเจ้าของภาษา และเมื่อเจอเพลงที่เราชอบก็ลองหาความหมาย เราก็จะได้ศัพท์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และ ไม่เครียดอีกด้วย อาบน้ำไปร้องเพลงไป เท่ากับได้สำเนียงได้คำศัพท์เลยนะคะ 2. ทำเกมทายคำศัพท์ ลองปรับแต่งกับกิจกรรมที่เราชอบ เช่น...

สรุปหลักการใช้ Present Perfect Continuous Tense

Present Perfect Continuous Tense กับ ครูพี่โอเว่น รูปประโยคของ Present Perfect Continuous Tense คือ Subject + Verb to have + been + Verb.ing ใช้กับเหตุการณ์ต่างๆดังต่อไปนี้ 1. การกระทำที่เกิดในอดีตและดำเนินจนถึงปัจจุบัน และยังจะทำต่อไปในอนาคต ตัวอย่างประโยคดังต่อไปนี้ เช่น I have been...

50 เรื่องน่ารู้ในประเทศไทย (ตอนที่ 1)

Part 1 : 50 เรื่องน่ารู้ในประเทศไทย กับ ครูพี่โอเว่น ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับประเทศไทย เรามาลองอ่านกันสักหน่อยสิครับว่า 50 เรื่องในประเทศไทยเรารู้กันหมดหรือยัง ? 1. ประเทศไทยมีพื้นที่เท่าไหร่? ตอบ 513,115 ตารากิโลเมตร มีความใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเอเชียตะวันออก รองจาก อินโดนีเซีย และ พม่า 2. บริเวณใดแคบสุดในประเทศไทย? ตอบ ตำบลคลองวาฬ...